"ขอบคุณนะคะป้านวลที่ชวนฝ้ายมาวันนี้ค่ะ" 
            หญิงสาวชื่อฝ้ายเจ้าของร้านไอศกรีม  ในชุดพื้นเมืองล้านนาที่ยืมมาจากเส้นเล็ก กล่าวขอบคุณป้านวล ที่อุตส่าห์ปิดร้านมาทำบุญที่วัด
 
"ไม่เป็นไรจ้า หนูฝ้ายมาเปิดร้านใหม่ ทำบุญไว้ก่อน จะได้ขายดี" ป้านวลพูด สีหน้าอิ่มบุญ
 
"คนเหนือจะทำบุญกันวันที่ 15 เขาเรียกว่าวันพญาวันค่ะพี่ฝ้าย" เส้นเล็กอธิบาย
 
"จะว่าไปฝ้ายก็ไม่ได้ทำบุญนานแล้วค่ะ" ฝ้ายยิ้มออกมาจากสีหน้าและแววตา
 
"เห้ยยย...นี่นายหน้าดุ ตอนนี้กี่โมงแล้ว" ฝ้ายหันมาถามผม นี่มาตั้งชื่อให้ผมตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย
 
"10 โมงครึ่ง"
 
"เห้ยยย...ฉันนัดเค้าให้เอาของมาส่งตอนสิบโมงอะ แย่แล้วววว"  แล้วจู่ ๆ ฝ้ายก็รีบวิ่งไปทันที
 
"นี่เธอ....ร้านเธอไม่ได้ไปทางนั้น นี่ !! จะไปไหน เห้ย !" ผมตะโกนเรียกตามฝ้ายอย่างลืมตัวว่ากำลังอยู่ในวัด ยัยบ้านั่นถกผ้าซิ่นวิ่งไปผิดทาง
 
"อ้าว...แล้วไปทางไหนเล่า" เธอตะโกนกลับมา
 
"นี่เล็ก เดี๋ยวพาป้านวลเดินกลับบ้านนะ พี่จะวิ่งตามยัยเจ้าของร้านไอติมไปเอง ไม่รู้จะรีบอะไรนักหนา"
 
..........
 
          "เห้ยยยยยยยย วางของแบบนี้ได้ยังไง ถ้าของหายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบเนี่ย แย่จริง ๆ" ฝ้ายบ่นเมื่อพวกเราไปถึงที่หน้ารา้นไอศกรีม  ของที่ฝ้ายบอกว่าจะมีคนเอามาส่ง เป็นตู้ไอศกรีม ตู้เย็น ตู้แช่น้ำดื่ม และเครื่องอะไรหลายเครื่องที่ผมไม่รู้จัก ของทั้งหมด ถูกวางกองไว้หน้าประตู มีกระดาษแผ่นเล็ก ๆ เขียนด้วยลายมือหวัด ๆ ว่า
 
          "มาส่งของแล้วร้านไม่เปิด รอนานแล้ว"
 
"คอยดูนะ ฉันจะโทรไปโวยเจ้าของร้านเลย ไม่ดูแลทรัพย์สินให้ลูกค้าเลย" ฝ้ายยังบ่นต่อ
 
"เฮ้ออออ  แล้วจะขนเข้าร้านยังไงไหวละเนี่ย ผู้หญิงตัวคนเดียวววว" ฝ้ายทำเป็นบ่น แต่สายตาเหล่มาที่ผม
 
"นี่ ๆ ๆ ฉันเกี่ยวอะไรด้วย" ใจจริงผมก็อยากช่วย  แต่อยากแกล้งยัยนี่ให้ขนของเข้าร้านเองซะัให้เข็ด
 
"เอกนั่นแหละช่วยน้องขนของเข้าไปจัดในร้าน" ป้านวลเดินมาพร้อมกับเส้นเล็กและเส้นหมี่พอดี
 
"แต่ ป้าครับ...." ผมพยายามจะท้วง
 
"ป้าผิดเองที่ชวนหนูฝ้ายคุยกับหลวงตานานไปหน่อย ยังไงเอกก็ช่วยรับผิดชอบแทนป้าหน่อยละกันนะ"
 
"งั้นให้เจ้าหมี่ก็ได้นี่ป้า"
 
"ผมนัดเพื่อนไว้จะไปซ้อมดนตรีครับพี่ใหญ่ ฮ่า ๆ ๆ" ว่าแล้วเส้นหมี่ก็กระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนที่มารับ ช่างมาได้จังหวะเวลาพอดิบพอดี
 
"โห่...ทำไมต้องเป็นผมเนี่ย"  ต้องบ่นหน่อยละครับ มันใช่เรื่องมั้ยล่ะเนี่ย
 
"เอาน่าตาใหญ่ เราเป็นสุภาพบุรุษ ก็ต้องช่วยเขาหน่อยสิ" ป้านวลพูดยิ้ม  ๆ เหมือนชอบอกชอบใจที่ให้ผมไปช่วยสาว ๆ ป้านวลชอบจับคู่คนนั้นคนนี้ให้ผมบ่อย ๆ ล่าสุดก็น้องแป้งลูกเจ้าของร้านขายยาที่ตลาด ทำเอาผมไม่อยากอยู่ร้านไปเกือบเดือน
 
"นี่ฉันเห็นแก่ป้านวลนะ ชิ"
 
ดูสิ มาทำหน้าระรื่น เหมือนสมน้ำหน้าที่ผมต้องมาช่วยงาน ตัวเองก็ต้องทำด้วยเหมือนกัน แล้วอย่ามาบ่นว่าเหนื่อยให้ได้ยินละกัน หึหึหึ
 
"ป่ะ เล็ก ไปช่วยป้าจ่ายตลาดดีกว่า เดี๋ยวป้าจะทำกับข้าวอร่อย ๆ ให้กิน"  ป้านวลพูดจบหันมากระซิบผมเบา ๆ
 
"ทำคะแนนให้เยอะ ๆ ไว้นะ หลานป้า หุหุ"
 
"เห้ย...ไม่ใช้แล้วป้า" ผมเข้าใจที่ป้านวลจะสื่อ แต่ไม่มีวันหรอก ยังไงผมก็ไม่มีทางจีบยัยเจ้าของร้านคุณหนูซุ่มซ่ามนี้เป็นอันขาด 
 
............
 
            "นี่ ใบสุดท้ายแล้วนะนายหน้าดุ" 
 
            "ใบนี้หนักมาก มาช่วยหน่อยสิ" ยัยเจ้าของร้านสุดโหด ใช้ผมยกตู้เย็น ตู้แช่เข้าร้านคนเดียว แล้วยังมายืนยิ้มชี้นิ้วสั่งนู่นสั่งนี่ ย้ายไปย้ายมา นี่มันแกล้งกันชัด ๆ เลย
 
            "ได้ยังไง ฉันเป็นผู้หญิงบอบบาง จะให้ยกของหนัก ๆ ได้ไง"
 
            "งั้นก็วางไว้ตรงนี้แหละ ฉันไม่ยกให้ละ ผู้หญิงอะไร คนเขาอุตส่าห์มาช่วยย้ายของ ดันปล่อยให้ทำเองซะหมด ยัยบ้า" 
 
            "อ่ะ ดื่มน้ำซะก่อน จะได้มีแรง" แหม...ทำมามีน้ำใจเอาตอนนี้
 
            "ขอบใจ!" ผมตั้งใจกระแทกเสียง แล้วหยิบแก้วน้ำจากมือฝ้ายมาดื่ม
 
            "แต่ยังไงก็ตาม ตู้ใบนี้มันหนักมาก ฉันย้ายคนเดียวไม่ไหวหรอกนะ" 
 
            "ย่ะ....ฉันรู้แล้ว ฉันก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นซะหน่อย"
 
            "เดี๋ยวใช้ผ้าขนหนูรองแล้วเข็นไปตรงที่เธอจะวาง แล้วค่อยยกขึ้นวางบนฐานอีกทีนะ"
 
             ใบสุดท้ายเป็นตู้ไอศกรีมขนาดใหญ่ ซึ่งมีน้ำหนักมาก ผมกับฝ้ายทั้งเข็นทั้งลาก ไปจนถึงฐานที่วางไอศกรีม ซึ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์  ถ้ายกตู้นี้เสร็จ ผมก็จะเป็นไทจากยัยเจ้าของร้านไอศกรีมนี่ซะที
 
             "เอ้า ! นึง ส่อง ฮึบ!"  ผมกับฝ้ายออกแรงยกตู้ขึ้นมาจากพื้นทีละฝั่ง
 
             "ฝ้ายยยยยย!!!!!"  มีเสียงใส ๆ เรียกมาจากหน้าประตู จนผมและฝ้ายต้องหันไปมองพร้อมกัน
 
             "แพร!!!" ว่าแล้ว ฝ้ายก็ปล่อยตู้ไอศกรีมลงแล้วรีบวิ่งไปหาหญิงสาวที่ชื่อแพร สวมกอดกันเหมือนไม่ได้เจอกันนาน
 
             "อ้ากกกกกกกก !!! เท้าช้านนนนนนน !!!!!"
 
 
- - - - - - - - - - - - - - - -
 
 
ตอนที่ 3 ยังไม่จบ แต่กลัวไม่ได้อัพ แหะ ๆ
แล้วจะรีบมาอัพต่อนะครับ  
 
 
 
 
 

 

edit @ 23 Apr 2012 00:34:18 by Now Open

edit @ 23 Apr 2012 00:35:57 by Now Open

edit @ 23 Apr 2012 00:36:53 by Now Open

ตอนที่ 2 เสียงกรี๊ดจากชั้นสาม            


              เสียงพัดลมบนเพดาน ดังคลอเบา ๆ กับเสียงดูดเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากและเสียงซดน้ำของยัยเจ้าของร้านไอศกรีมจอมยุ่ง หิวแล้วยังเรื่องมาก ไม่ยอมกินน้ำพริกอ่องกับแกงฮัีงเลที่ป้านวลซื้อมาจากตลาด เพราะกลัวว่ามันจะเผ็ด ผมพยายามบอกยังไงก็แล้ว  ว่าน้ำพริกอ่องที่มันสีแดง ๆ เพราะมะเขือเทศ อาจจะมีรสเผ็ดนิดหน่อย แต่มันก็ไม่เผ็ดมาก แกงฮังเลก็ไม่เผ็ด โตขนาดนี้ก็น่าจะกินได้แล้วมั้ง

"ก็ฉันกินเผ็ดไม่ได้นี่นา กินแล้วมันจะปวดท้อง" เธอตอบผม เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว

"แต่มันไม่เผ็ดเลยนะ  มันมีพริกแต่มันไม่เผ็ด เชื่อสิ ชิมดู" ผมพยายามอธิบาย

"ขึ้นชื่อว่าน้ำพริก กับแกง มันก็มีพริกทั้งนั้นแหละย่ะ" นั่นแหนะ มีเถียงอีก

"เธอยังไม่เคยกินสักครั้งแล้วจะบอกว่าเผ็ดได้ไง ลองชิมดูก่อน ตอนนี้มันไม่มีร้านไหนเปิดให้เธอไปหาอะไรกินหรอก" ผมให้เหตุผล ที่เธอควรจะลองกินดูก่อน

"เดี๋ยวฉันเดินไปเซเว่นเองก็ได้ รอเค้าเลิกเล่นน้ำกันก่อน" 

เป็นน้องเป็นนุ่งพ่อจะตีซะให้เข็ด เถียงคำไม่ตกฟากจริง ๆ  สุดท้ายป้านวลก็ตัดบทด้วยการยกชามก๋วยเตี๋ยวมาชามใหญ่
 
"พอดีว่ามีเส้นใหญ่เหลืออยู่นิดนึงในตู้เย็น  ป้าทำแบบง่าย ๆ ให้ก่อน พรุ่งนี้หนูค่อยมาชิมแบบเต็มสูตรนะจ๊ะ"

"อุ๊ย...คุณป้า  ลำบากแย่เลยค่ะ แค่ฝ้ายมาเป็นลมล้มพับในร้านคุณป้า จนต้องมาช่วยดูแลกัน ก็รบกวนคุณป้าจะแย่อยู่แล้วค่ะ" เธอทำหน้ารู้สึกผิดจริง ๆ นี่ถ้าผมไม่ต้องมาช่วยเส้นเล็กล้างชามอีกรอบ ก็คงจะสงสารอยู่หรอก
 
"ก็รู้ตัวเหมือนกันนี่หว่า" ผมบ่นเบา ๆ ขณะยกชามมาเรียงใหม่  สาวเจ้าของร้านไอศกรีมหันมาทำตาเขียวใส่

"ใหญ่ก็ ปากไม่ดีจริง ๆ" ป้านวลดุซะแล้ว เลยทำให้ผมต้องรีบเดินเข้าไปหลังร้าน

"ทานซะนะหนู ป้าอุตส่าห์ทำมาให้แล้ว ที่เป็นลมนี่ก็เพราะไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันนี่ล่ะสิ ไม่ต้องเกรงใจหรอก เดี๋ยวหนูมาอยู่เป็นเพื่อนบ้านกันก็คงจะได้พึ่งพาอาศัยกันอีกเยอะ"

"งั้นฝ้ายทานเลยนะคะ หิวจริง ๆ เลยค่ะ เกรงใจคุณป้าจัง"
 
 
แล้วเธอก็จัดไปสามชาม  ซดน้ำซะไม่เหลือภาพคุณหนู ตอนวิ่งเข้าร้านมาใหม่ ๆ เลย
 
...........
 
             "เห้อ...กลับบ้านไปซะที  ยัยเจ้าของร้านไอติมตัวยุ่ง"  ผมนั่งลง ถอดผ้ากันเปื้อนออก มองดูนาฬิกาตอนนี้เกือบสี่ทุ่มแล้ว เส้นหมี่นั่งเล่นกีต้าร์อยู่ข้าง ๆ ป้านวลกับเส้นเล็กช่วยกับนับเงินในกล่อง

             "พี่ใหญ่เป็นไรมากป่ะ  เล็กก็ไม่เห็นเค้าจะไปทำอะไรให้พี่เลย ว่าเค้าอยู่ได้"  เส้นเล็กหยุดนับเงิน หันมาถามผมด้วยน้ำเสียงดุ ๆ นิดหน่อย เวลาเส้นเล็กดุนี่น่ากลัวกว่าป้านวลอีก
 
             "ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ค่อยถูกชะตายังไงไม่รู้"  ผมตอบตามความรู้สึก
 
             "แต่ถ้าจะบอกว่าไม่ได้ทำอะไรให้ก็ไม่ใช่นะ  คิดดูสิ วันนี้เราอุตส่าห์ขายของหมดเร็ว แทนที่จะได้มีเวลาพัก พอยัยนั่นเข้ามา เป็นไงล่ะ ร้านเละเทะหมดจนป่านนี้ยังไม่เสร็จเลย"
 
             "ที่ทำร้านเละน่ะ เจ้าวัยรุ่นสามตัวนั่นไม่ใช่เหรอ" ป้านวลแย้ง นี่ทั้งคู่หยุดนับเงินเพื่อมาเถียงกับผม แทนคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ชั่วโมงงั้นเหรอ น้องนะน้อง ป้านะป้า
 
            "ยังไงก็ถือว่ายัยนั่นเป็นตัวซวยอยู่ดีแหละครับ" ผมแถไปเรื่อย

            "ว่าแต่...ป้าบอกว่าพรุ่งนี้จะให้เขามาชิมก๋วยเตี๋ยวร้านเรา แต่พรุ่งนี้เราจะไปทำบุญกันนี่ครับป้า"
 
            "เอ้อ! ป้าก็ลืมไป  ถ้าเขาตั้งใจจะมารอชิมนี่ป้ารู้สึกผิดเลยนะ" ป้านวลเพิ่งนึกขึ้นได้ หลังจากที่ผมทักไป

            "ไม่เป็นไรหรอกครับป้านวล ให้รอบ้างก็ดี เมื่อวานยังให้เรารอเค้าเก็บของออกจากหน้าร้านเราเลย หึหึ"

            "ใหญ่นี่ เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นกันตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะเรา" โอยยย ป้านวลดุผมอีกแล้ววววว

            "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!" 

            "เฮ้ย !!"  เสียงดังมาจากร้านข้าง ๆ เป็นเสียงยัยเจ้าของร้านไอศกรีมนี่นา ผมรีบวิ่งพรวดออกจากร้าน ดันประตูกระจกยังไงก็เปิดไม่ได้  เสียงยัยนั่นจากชั้นบนแน่ ๆ เส้นเล็ก และเส้นหมี่ วิ่งตามมา มีป้านวลกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากร้านก๋วยเตี๋ยว
 
            "โธ่โว้ย ! เปิดไม่ได้เลย" ผมสบถออกไปด้วยความโมโห ต้องเกิดอะไรขึ้นกับยัยนั่นแน่ ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ชอบขี้หน้า แต่ความเป็นพลเมืองดีของผมก็ยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม

           เส้นเล็กเอื้อมมือมาบิดกุญแจที่เสียบคาประตูอยู่ จนผมเซตามประตูเข้าไปข้างในเพราะไม่ทันตั้งตัว

           "สงสัย พี่เค้าคงไขกุญแจแ้ล้วลืมเอาลูกกุญแจออกน่ะค่ะ"  ยัยบ้าเอ้ยยย อะไรมันจะซุ่มซ่ามได้ขนาดนี้ นี่ถ้าเกิดเป็นคนร้ายเข้ามาในร้านจะทำยังไง หรือว่า....
 
           ผมรีบวิ่งขึ้นบันไดตึกแถวขึ้นไปชั้น 2 มีกล่องและกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่หลายใบวางเรียงอยู่ข้างผนัง ข้าวของถูกจัดเข้าที่ไปบ้างแล้ว แต่บางชั้นก็ยังไม่ได้แกะออกจากห่อ ผมเปิดประตูดูทีละห้องไม่มีคนอยู่เลย  แล้วก็วิ่งขึ้นไปดูที่ชั้น 3   มีเสียงป้านวลตะโกนมาจากด้าานล่างว่าให้ระวังตัวดี ๆ
 
           "เหลือแค่ห้องนี้ แหละวะ" ผมเปิดประตูดูทุกห้องแล้วไม่เจอเธอ เธอน่าจะอยู่ในห้องนี้ ผมกำลูกบิดประตูแน่น เหงื่อไหลมาอาบข้าง ๆ แก้ม ไม่รู้ว่าวิ่งขึ้นมาจนเหนื่อยหรือลุ้นว่าจะเจออะไร
 
            ประตูห้องนี้ไม่ได้ล็อกเหมือนห้องอื่น ๆ ผมเปิดพรวดเข้าไป......

โอ้วว.....แม่.....เจ้า !!

       
           "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!" เสียงกรี๊ดดังหนักกว่าเก่า        
 
           "ไอ้โรคจิต ไอ้บ้ากาม  ไอ้คนลามก ไอ้บ้ามาเปิดประตูห้องน้ำฉันทำไม"

           "เห้ย ! เอ่อ.. เห้ย! " ผมอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมาแก้ผ้าล่อนจ้อนชัดเจนต่อหน้าต่อตา ชัดเจนเต็มตาโซนี่เวก้า พานาโซนิค ซัมซุงสามมิติ อะไรขนาดนี้มาก่อน
 
           "ปิด ๆ ๆ ประตู" ยัยเจ้าของร้านไอศกรีมรีบสั่งให้ผมปิดประตู  ผมรีบดึงประตูปิดกระแทกทันที อย่างตกอกตกใจ
 
           "กรี๊ดดดดดดดดดดด" เห้ย...ก็ปิดให้แล้วจะยังกรี๊ดอะไรอีก สาบานได้ ว่าในใจผมน่ะไม่ได้ฉวยโอกาสจะดูซ้ำ แต่ตกใจที่เธอกรี๊ดอีกรอบก็เลยต้อง....

           "ไอ้บ้า ไอ้ลามก ไอ้คนผีทะเล เปิดประตูมาอีกทำไม" นั่นไง ผมโดนอีกเป็นชุด

           ผมดึงประตูปิดอีกครั้ง
 
           "ก็เธอกรี๊ดอีกทำไมล่ะ ฉันก็นึกว่ามีอะไร คนอุตส่าห์จะมาช่วย ด่าเอา ๆ" ผมตะโกนเข้าไป
 
           "ช่วยบ้าอะไร ตุ๊กแกเกาะอยู่ที่ประตู นายเปิดประตูแรง ๆ ฉันกลัวตุ๊กแกจะหลุดกระเด็นมาหาฉัน แล้วตอนปิดนายก็ยังปิดแรง ตุ๊กแกมันก็ไต่ไปไต่มาที่ประตูอีกอ่ะ" เธอตะโกนตอบกลับมา
 
           "เฮ้ยยย!  ตุ๊กแกเหรอ" ผมกระโดดออกจากประตูที่ตัวเองพิงอยู่ ถึงแม้จะรู้ว่าตุ๊กแกมันจะทะลุออกมาจากประตูไม่ได้ แต่ผมน่ะ เป็นโรคกลัวตุ๊กแกขึ้นสมองเหมือนกัน !
 
           "เจอพี่คนสวยแล้วเหรอพี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นเหรอ ตะโกนกันโวยวายเลย" เส้นหมี่คว้าไม้มาจากไหนไม่รู้วิ่งตามขึ้นมา  โถ่ไอ้น้องบ้า ถ้าบนนี้มีคนร้ายอยู่ ฉันคงตายไปแล้วแหละ กว่าแกจะขึ้นมาเนี่ย
 
           "ตุ๊กแก ไอ้หมี่ ตุ๊กแก"  ผมรู้สึกว่าปากตัวเองสั่น ไม่แน่ใจว่าเพราะตุ๊กแก สัตว์สยองที่หลอกหลอนผมมาอยู่เรื่อย ๆ หรือภาพสาวเปลือยในห้องน้ำกันแน่
 
           "นี่นายหน้าดุ โยนผ้าเช็ดตัวมาให้ฉันหน่อยได้มั้ย ฉันทนอยู่ในห้องนี้กับตุ๊กแกตัวเท่าจระเข้ต่อไปแบบนี้ไม่ไหวแล้วนะ"  เสียงยัยชีเปลือย เอ้ย ยัยเจ้าของร้านไอศกรีมตะโกนออกมาอีกครั้ง
 
           "ข้างนอกนี่มันไม่มีผ้าขนหนู มันอยู่ตรงไหนล่ะ" ผมตะโกนถามเข้าไป
 
           "ผ้าขนหนูฉันอยู่ข้างใน  ตรงประตู  แต่ตุ๊กแกมันเกาะอยู่ ฉันไม่กล้าหยิบ อร๊ายยยย !"
 
           "เส้นหมี่ไปบอกเส้นเล็กว่าขอยืมผ้าขนหนู เอามาให้ยัยนี่หน่อย เร็ว ๆ เลยนะ"  ผมสั่งเส้นหมี่จัดการ เส้นหมี่รับคำวิ่งลงบันไดลงไป สักพักเส้นหมี่ก็วิ่งขึ้นมาพร้อมกับเส้นเล็กที่ทำหน้างง ๆ
 
           "เปิดเบา ๆ นะเล็ก เดี๋ยวตะ..อุ๊ก ..." ผมลืมไป ว่าบ้านเราก็กลัวตุ๊กแกกันทั้งบ้าน
 
           "เดี๋ยวยัยนั่นจะอาย  เค้าโป๊อยู่"  ผมเฉไป ขึ้นบอกตรง ๆ คงไม่มีใครกล้าเปิดประตูแน่ ๆ
 
           "อ๋อ...ค่ะ" เส้นเล็กยิ้มรับคำแล้วก็ค่อย ๆ แง้มประตูยื่นแขนส่งผ้าเช็ดตัวเข้าไป
 
           "เอ่อ...พี่ไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้ประตูน่ะค่ะ เข้ามาเลยได้มั้ยคะ" เสียงสั่น ๆ ของยัยนั่นตะโกนออกมาจากห้องน้ำ
 
           "อ่อ...ด่ะ ได้ค่ะ" เส้นเล็กคงยังไม่รู้ชะตากรรมเดินไปในห้องน้ำแล้วก็ดันประตูให้ปิด 
 
           "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด" น่านนนไง เส้นเล็กคงเห็นตุ๊กแกในห้องน้ำแล้ว
 
           "แล้วเราจะออกกันยังไงล่ะทีนี้"
 
           "พี่ใหญ่ ช่วยพวกเราด้วยยยย !!"
 
           งานเข้าอีกแล้ว เส้นหมี่วิ่งลงไปข้างล่างแล้ว เจ้านี่กลัวตุ๊กแกที่วุดในบ้านเรียกว่าขึ้นสมองเลย ผมจำเป็นต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการเปิดประตูให้สองสาวข้างในหรือนี่
 
            "เอาก็เอา"  ผมพยายามข่มใจ คิดว่ายังไงเดี๋ยวเราเปิดไป ก็จะไม่เห็นตุ๊กแกที่ซ่อนอยู่หลังประตูแน่นอน
 
            พอเปิดประตูปุ๊บเท่านั้นแหละ สองสามรีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำผลักผมลงไปกองกับประตู แต่สิ่งที่ผมเห็นนั้นแทบช็อค  ตุ๊กแกที่เคยเกาะอยู่หลังประตู ตอนนี้ไม่รู้มันมาเกาะขากางเกงยีนของผมได้ยังง้ายยยยย !!!
 
            ด้วยความตกใจ  คิดอะไรไม่ทัน และไม่รู้จะทำยังไง ผมเลยตัดสินใจถอดกางเกงยีนออกเพราะไม่มีทางเอามือไปจับเจ้าสัตว์น่าเกลียดน่ากลัวตัวนี้แน่ ๆ
 
             "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด คนลามก คนผีทะเล ไอ้โรคจิต" เส้นเล็กวิ่งลงไปแล้วแต่ยัยเจ้าของร้า้นไอศกรีมกลับหลังหันมามอง  พอกางเกงยีนพ้นจากตัว ผมรีบใช้ผ้าขนหนูที่แขวนอยู่ในห้องน้ำพันรอบเอวไว้
 
             "จะกรี๊ดอะไรกันนักหนาเนี่ย เดี๋ยวชาวบ้านเขาก็แตกตื่นกันหมดหรอก"
 
             "ก็มันกลัว และก็ตกใจนี่"
 
             "ฉันว่าเธอไปแต่งตัวก่อนดีมั้ย" ผมพูด พยายามมองไม่ทางอื่น ถึงแม้ว่ายัยเจ้าของร้านไอศครีมจะมีผ้าขนหนูพันร่างน้อย ๆ ไว้แล้ว แต่ก็คงจะเสียมารยาท ถ้าผมจขะมองไปที่เธอตอนนี้
 
             "ฉันไม่กล้านอนคนเดียวแล้วคืนนี้ กลัวผีก็กลัว ยังจะต้องมากลัวตุ๊กแกเพิ่มเข้าไปอีก" เธอตอบกลับมา
 
             "งั้นอาจจะต้องให้เส้นเล็กมานอนเป็นเพื่อนเธอคืนนี้แล้วล่ะ"
 
 
             ป้านวลเดินเกาะราวบันไดขึ้นมาจนถึงชั้นสาม มีเส้นเล็กเดินเกาะแขนอยู่ข้างหลัง ท่าทางแบบนี้จะนอนเป็นเพื่อน หรือจะกลัวเป็นเพื่อนกันแน่
 
             "เดี๋ยวให้เส้นเล็กมานอนเป็นเพื่อนนี่แหละ หนูอยู่คนเดียว เพิ่งมาใหม่ด้วยเผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้"  ป้านวลบอกให้เล็กไปเก็บของมานอนในคืนนี้ ยัยเจ้าของร้านไอศครีมรีบเข้าไปแต่งตัวออกมาในชุดนอนสีชมพู 
 
             "นี่...แล้วใครสั่งใครสอนให้เสียบกุญแกคาประตูไว้เนี่ย มันอันตรายรู้มั้ย" ผมเริ่มบ่นทันที
 
             "ห้องหับอะไรก็ไม่ยอมล็อกให้เรียบร้อย ดูสิ ฉันเข้ามาถึงนี้ เปิดจนครบทุกห้องเลย"
 
             "รู้แล้วย่ะ วันหลังฉันจะระวังให้มากกว่านี้" เธอก้มหน้าไม่กล้าสบตาผม  พอหายตกใจ คงจะนึกอายที่ผมเห็นเธอแก้ผ้าจนหมดทั้งตัว
 
             "อ้อ หนู ป้าลืมบอกไปว่าพรุ่งนี้ป้าไม่ได้เปิดร้าน"  ป้านวลรีบบอกให้ยัยเจ้าของรา้นไอศครีมรู้  ก็น่าจะเผลอลืมอยู่หรอก ก็ปีนึงป้าปิดร้านแค่วันที่ 15 เมษายน เท่านั้นนี่นา  ส่วนวันที่ไปวันอื่น ๆ ก็จะกลับมาเปิดร้านสาย ๆ ยังไงก็ขอให้ได้เปิด
 
             "เหรอคะคุณป้า"
 
             "ถ้าพรุ่งนี้เช้าหนูว่าง จะไปวัดพร้อมป้าก็ได้นะ ไปทำบุญกัน ไหน ๆ ก็จะเปิดร้านแล้ว จะได้ค้าขายดี ๆ"
 
             "พรุ่งนี้จะมีของมาส่งตอน 10 โมงเช้าน่ะค่ะ" เธอทำหน้าเสียดายเล้กน้อย
 
             "โอ้ย...ไปตอนเช้าแล้วค่อยกลับมาก็ยังทัน" ป้านวลเหมือนจะถูกชะตากับยัยเจ้าของร้านนี่ โน้มน้าวซะใหญ่เชียวนะป้า
 
             "จริงเหรอคะ งั้นดีเลยค่ะ พรุ่งนี้ฝ้ายขอไปด้วยละกันนะคะ"  แววตาของเธอบ่งบอกถึงความดีใจ ดู ๆ ไป ยัยเจ้าของร้านไอศครีมที่ชื่อฝ้ายนี่ก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย
 
             "อ้อ...หนูชื่อฝ้ายใช่มั้ย ป้ายังไม่ได้ถามชื่อหนู แต่ได้ยินหนูเรียกตัวเองอย่างนั้น"

             "ใช่แล้วค่ะ หนูชื่อฝ้ายค่ะ ฝ้ายนี่เสียมารยาทจังเลยนะคะ ลืมแนะนำตัวเองเลยน่ะค่ะ แล้ว..."
 
             "ป้าชื่อป้านวลนะ ป้าเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวนี่เองล่ะจ้า ส่วนนี่เส้นใหญ่ เป็นหลานชายคนโต  แล้วน้องผู้หญิงที่จะให้มานอนกับหนูคืนนี้ชื่อเส้นเล็ก  ส่วนเจ้าตัวเล้กอีกคนชื่อเส้นหมี่จ๊ะ" ป้านวลยิ้มอารมณ์ดีทุกครั้งที่ได้แนะนำชื่อเล่นหลานตัวเองซะเต็มยศ เพราะนั่นสื่อถึงความภูมิใจที่ได้ชื่อว่าเป็นตระกูลก๋วยเตี๋ยวของครอบครัวเรา  ป้านวลก็มาจากชื่อ หอมนวล ตามรสชาติและลักษณะของเส้นก๋วยเตี๋ยวที่หอมนุ่ม แต่รสชาติจัดจ้าน ส่วนพ่อผมเองก็ชื่อ เข้มข้น มาจากน้ำซุปที่รสชาติเข้มข้นนั่นเอง
 
            ดีนะ ถ้าเกิดปู่มาตั้งชื่อพ่อกับป้าในยุคนี้ อาจมีใครสักคนได้ชื่อว่า "อูมามิ" ไปแล้วก็ได้ - -"
 
            "เข้าใจตั้งชื่อกันจริง ๆ นะคะ ฮิ ๆ  ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ...ป้านวล"  เธอหันมามองหน้าผมตรงคำว่าคุณป้า จะหมายความว่ายินดีที่ได้รู้จัก เฉพาะป้านวลว่างั้นเหอะ  ร้ายเหมือนกันนะเนี่ยเรา
 
            "นั่นไง ยัยเล็กมาแล้ว เอาเป็นว่าพรุ่งนี้หนูก็ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวพร้อมกับเส้นเล็กละกันนะ ถ้ากลัวตุ๊กแกก็ไปอาบบ้านป้าได้ ดึกแล้วรีบเข้านอนกัน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า" ป้านวลพูดเสร็จหันมามองหน้าผม เป็นเชิงว่าให้กลับบ้านได้แล้ว ผมเดินจับผ้าเช็ดตัวที่พันรอบเอวไว้แน่น
 
              "ขอบพระคุณมากนะคะคุณป้า คุณป้าใจดีกับหนูมากจริง ๆ เลยค่ะ" เธอกล่าวขอบคุณป้านวลอย่างนอบน้อม เป็นการพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้เลยว่าขอบคุณมาจากใจ
 
             "ไม่เป็นไรจ้า ป้าบอกแล้ว อีกหน่อยหนูมาอยู่กับป้า ก็ค่อยช่วยเหลือพึ่งพากันไป  เส้นเล็กดูแลพี่เค้าดี ๆ ล่ะ ฝันดีกันนะจ๊ะ" ป้าเล็กเดินลงบันไดไปช้า ๆ มีผมเดินกุมเป้าตามลงไป ได้ยินเสียงแว่วมาจากข้างบน
 
             "ลำบากหน่อยนะคะน้องเส้นเล็ก พี่ยังไม่ได้จัดของให้เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่เลย วันนี้ยุ่งอยู่แต่ด้านล่างที่เป็นร้าน"  เสียงของฝ้ายดังมาจากด้านบน
 
             "ไม่เป็นไรค่ะพี่ฝ้าย เล้กกลัวแค่ตุ๊กแกแค่นั้นแหละค่ะ คืนนี้เรานอนที่ชั้นสองก่อนละกันนะคะ หวังว่ามันจะมีแค่ตัวเดียวในห้องน้ำนะคะ" เส้นเล็กเป็นผู้หญิงที่ดูเรียบร้อย แต่ก็ลุย ๆ ตามลักษณะของสาวที่จะเป็นครูในอนาคตได้
 
             ผมเดินลงมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านไอศครีม "IzyCream" มองไปยังห้องที่เปิดไฟอยู่



             ฝ้ายเหรอ....  ชื่อโหลไปนิดแต่ก็เพราะดีนะ
             นี่ผมเผลอเรียกยัยเจ้าของร้านไอศครีมว่าฝ้ายในใจแล้วเหรอเนี่ย....
 
 
 
 
 

edit @ 15 Apr 2012 20:42:59 by Now Open

edit @ 15 Apr 2012 20:44:09 by Now Open

ตอนที่ 1  ด.ญ. นริสา นามสกุลยาว ๆ




"ป้าาาา ! โต๊ะ 5 เล็กแห้งเนื้อ ไม่งอก 1 "
"ป้าาาาาาา ! โต๊ะ 3 เล็กหมูสดน้ำตก 1 เล็กรวม 1 บะหมี่หมูน้ำใส 1"
"ป้าาาาาาาาาาาาาา ! โต๊ะ 8 สั่งเล็กน้ำตกรวมเพิ่มอีก 1 บะหมี่น้ำข้นรวม 2 เส้นใหญ่หมูไม่งอก 1"
"ป้าา...."

              บรรยากาศร้านก๋วยเตี๋ยว "รสโอชา" ช่วงสงกรานต์นี้คึกคักเป็นพิเศษ จนอาจจะต้องขออนุญาตเพิ่มระดับจากคำว่าคึกคักเป็น วุ่นวายและอลหม่าน ด้วยความที่ร้านของเราอยู่ติดถนนเลียบคูเมืองเชียงใหม่ ทำให้ลูกค้าที่เดินผ่านไปผ่านมาแวะเข้ามาสั่งก๋วยเตี๋ยวแน่นร้านไปหมด การให้บริการกับผู้คนจำนวนมาก ไม่ใช่เรื่องเหนือความสามารถของพวกเรา แต่น้ำเปียก ๆ ที่หยดลงมาจากเสื้อผ้าหน้าผมคุณลูกค้าผู้มีอุปการคุณทั้งหลายนี่แหละ ที่ทำให้พวกเรามองหน้ากัน เพราะไม่อยากจะคิดถึงตอนที่ต้องทำความสะอาดหลังปิดร้านเลย 
              ผมชื่อ เส้นใหญ่ ครับ เพิ่งจะเรียนจบมหาวิทยาลัยและกำลังหางานทำ  ส่วนสองคนนั่นก็น้องของผมเอง  เส้นเล็ก น้องสาวคนสวย กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 กับเจ้าเส้นหมี่ หนุ่มน้อย ม.5 กำลังจะขึ้น ม.6  เราสามคนพี่น้องอาศัยอยู่กับ ป้านวล ตั้งแต่ยังเล็ก ๆ พ่อแม่ของพวกเราเสียไปตั้งแต่เจ้าเส้นหมี่อายุยังไม่ถึงขวบ เดิมทีร้านก๋วยเตี๋ยวนี้เป็นของพ่อผม ส่วนป้านวลนั้นแกเป็นพยาบาล แต่เนื่องจากปู่ได้สั่งเสียไว้ว่าจะต้องมีคนมาสืบทอดกิจการร้านก๋วยเตี๋ยว "รสโอชา" ที่คุณทวดอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบซื้อที่ดินในตัวเมือง แล้วคิดค้นก๋วยเตี๋ยวสูตรเด็ดจนเป็นที่เลื่องลือไปทั้งจังหวัด ป้านวลจึงต้องลาออกจากงานมาสานต่อกิจการนี้ต่อจากพ่อของผม เพราะปู่มีลูกอยู่สองคนเท่านั้น คือพ่อของผม กับป้านวล ส่วนพวกเราตอนนั้นยังเป็นเด้กตัวเล็ก ๆ ไม่รู้ประสากันอยู่เลย ป้าเล็กจึงเหมือนเป็นทั้งพ่อและแม่ ที่ดูแลพวกเรามาโดยตลอด

"โอ๊ยยยยยยยยยย ป้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้จด จด จด บอกกันทีละคนแบบนี้ ป้าจำไม่ด้ายยยยยย แล้วนั่นถือระวัง ๆ หน่อยได้มั้ย เดี๋ยวก็หกรดเสื้อผ้าลูกค้าหมดหรอก เอ๊ะ ! เส้นหมี่ ป้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามใช้มือหยิบถั่วงอกใส่จานลูกค้า !!"

ที่ใครพูดว่าสาววัยทองมักอารมณ์ร้อน ผมเชื่อนะ - -"


             ร้านเราของเราเปิดตอน 10 โมงเช้า ส่วนใหญ่จะปิดตอน 3-4 ทุ่มเพราะของจะหมดประมาณช่วงนั้น ทั้ง ๆ ที่เราก็เตรียมของไว้เยอะมาก อาจจะเป็นเพราะสูตรเด็ดของคุณทวด ที่ทำให้ลูกค้าแน่นร้านทุกวัน และก็เพราะสูตรเด็ดของคุณทวดที่ต้องใส่หมู ใส่เนื้อเยอะ ๆ นี่แหละ ที่ทำให้พวกเราไม่รวยซะที กำไรมันก็เลยเหลือไม่มาก....คุณทวดนะคุณทวด

"ยังไงป้าก็ลดปริมาณให้น้อยลงกว่านี้ไม่ได้หรอก ปู่ท่านสั่งไว้" 

ผมละอิจฉาปู่จริง ๆ ที่มีลูกดี ๆ เชื่อฟังคำสั่งสอนและคำสั่งเสียแบบพ่อและป้านวลเนี่ย
 
 
            วันนี้ของเราหมดเร็วมาก ประมาณบ่ายสาม ผมกับเจ้าหมี่ช่วยกันยกเก้าอี้ขึ้นวางบนโต๊ะ ส่วนน้องเล็ก กำลังช่วยป้านวลล้างจาน ปกติแล้วร้านเราจะมีคนงานคอยช่วยงานอยู่ประจำคือ พี่ชมพู่ น้าพร และพี่ยอด ทั้งหมดเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์กันหมด จึงเป็นหน้าที่ของพวกเรา ที่ต้องช่วยป้านวลเปิดร้าน เสิร์ฟก๋วยเตี๋ยว เ็ก็บโต๊ะ ล้างจาน เส้นหมี่เคยถามป้านวลว่าทำไม เราไม่ปิดร้านช่วงสงกรานต์บ้าง

"ร้านอื่นเค้าปิด แต่ร้านเราเปิด คนจะได้มากินร้านเราเยอะ ๆ ขายดีเห็น ๆ"

ผมก็งง เจ้าหมี่ก็งง แล้วทุกวันนี้ เรายังขายไม่ดีกันอีกเหรอ ?


            เส้นเล็กค่อย ๆ เรียงชามที่ล้างเสร็จแล้วไว้ในตู้กระจก  "แล้วพี่จะเอายังไงต่อไปล่ะพี่ใหญ่"  เส้นเล็กพูดโดยไม่หันมามองหน้าผม เธอจะรู้ไหม ว่าพักหลัง ๆ เนี่ย ผมเกลียดคำถามนี้มากที่สุด

"พี่ยังไม่รู้เลยเล็ก ป้านวลก็คงอยากให้มีคนช่วยสืบทอดร้านก๋วยเตี๋ยวของคุณทวด" ผมตอบไป พยายามข่มเสียงให้ร้าวรานน้อยที่สุด

"แต่พี่อยากเป็นปลัดอำเภอไม่ใช่เหรอ" เส้นเล็กหยุดเรียงชาม แล้วหันมามองหน้าผม สายตาของเส้นเล็กที่มองมาที่ผมช่างเหมือนกับตอนที่แม่เคยมองมา เป็นสายตาแห่งความห่วงใย

"เดี๋ยวเล็กเรียนจบแล้วค่อยกลับมาขายต่อจากป้าก็ได้ ป้านวลเหนื่อยเพื่อพวกเรามามากแล้ว"

             ผมรู้ดีว่าเส้นเล็กอยากเป็นครูมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ส่วนเจ้าเส้นหมี่ก็อยากเป็นนักดนตรี ถ้าผมทำตามความฝันของตัวเอง ก็เท่ากับทำลายความฝันของน้อง ๆ ไปด้วย

"พี่ก็อยากเป็นนั่นเป็นนี่เรื่อยเปื่อยแหละ นี่ก็ว่าจะลองไปสมัครเดอะสตาร์ดูเหมือนกัน ฮ่า ๆ ๆ"

"พี่ใหญ่ก็ พูดเล่นอยู่เรื่อยเลย"  เส้นเล็กคงรู้ว่าพูดเรื่องนี้กับผมต่อไปก็เท่านั้น เธอเดินส่ายหัว ยิ้ม ๆ เข้าไปเก็บชามจากหลังร้านเพื่อมาเรียงใหม่   ส่วนผมก็เตรียมไม้ถูพื้นมาเตรียมจะทำความสะอาดพื้นต่อ 

"นี่...พี่ใหญ่" เส้นหมี่ ที่ยืนเงียบฟังผมกับเส้นเล้กคุยกันอยู่นาน เข้ามากระซิบ

"พี่ยังอยากจะไปตามหาสาวในดวงใจของพี่อยู่ใช่มั้ย" เจ้าหมี่ทำหน้าตาน่าถีบ

"นี่แกแซวฉันไม่เลิกเลยนะ" เส้นหมี่ กระโดดหลบลูกเตะเท้าขวาของผมได้หวุดหวิด  เป็นความผิดผมเองที่ลืมเก็บไดอารี่ของผม เจ้านี่ก็ไม่มีมารยาทเอาซะเลย มาแอบอ่านไดอารี่ของผมได้ยังไง

"หนุ่มน้อยเชียงใหม่ แอบหลงรักสาวน้อยจากเมืองกรุงที่มาทัศนศึกษาที่ดอยสุเทพ โดยที่ไม่รู้จักกัน น้ำเน่ามากเลยครับพี่ ฮ่า ๆ ๆ"

"ไอ้เส้นหมี่ ฉันจะฆ่าแก !!!" ผมเงื้อไม้ถูพื้นขึ้นจะไล่ฟาด

"ฝากถูพื้นด้วยนะพี่ใหญ่ ผมจะรีบไปเล่นน้ำ วันสุดท้ายแล้ว จะได้เล่นน้ำสงกรานต์กับเขาสักที วู้วววว !!"


             เส้นหมี่วิ่งออกไปนอกร้าน สมทบกับเพื่อน ๆ ที่เล่นน้ำอยู่ใกล้ ๆ   โชคดีที่วันนี้ลูกค้าเยอะ ทำให้ของเราหมดตอนประมาณสี่โมง เส้นเล็กกับเส้นหมี่เลยมีเวลาได้สนุกเหมือนคนอื่น ๆ ในวันสงกรานต์

            ผมหยิบซองเล็ก ๆ  ออกมาจากกระเป๋าสตางค์ ข้างในเป็นแหวนสีทองขนาดเล็ก ผมหยิบแหวนสีทองออกมาดูในใจก็นึกขอบใจเส้นหมี่ ที่ทำให้นึกถึงความทรงจำดี ๆ ในวัยเด็กอีกครั้ง

            แหวนสีทองเล็กเกินกว่าที่จะใส่เข้าไปในนิ้วก้อยของผมได้ เป็นแหวนที่เด็กหญิงคนหนึ่งให้ผมไว้ หลังจากที่ผมช่วยเธอหารองเท้านักเรียนของเธอที่เธอถอดไว้ก่อนเข้าไปไหว้พระ  แล้วถูกเพื่อนของเธอก็เอาไปซ่อน เธอถอดแหวนออกมาจากนิ้ว ยื่นใส่มือผม หลังจากที่หารองเท้าเจอ

"ขอบใจมากนะ ถ้าเธอไปกรุงเทพเมื่อไหร่ เราจะพาเธอไปเดินเขาดิน"

แล้วคุณครูของเธอก็ตะโกนเรียกให้เธอรีบไปรวมกับกลุ่มเพื่อน ๆ ของเธอเพื่อนับจำนวนก่อนขึ้นรถบัสกลับ ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนนั้น มันเกิดขึ้นได้ยังไง หรือการที่เราได้ทำเพื่อใคร จะทำให้เรารู้สึกรักใครคนนั้นขึ้นมาอย่างนั้นหรือ  คุณครูประถมของผมสอนว่า ถ้าเห็นใครเดือดร้อนก็ควรจะช่วยเหลือ แล้วน้ำตาของเด็กหญิงผมเปียสองข้างแบบพจมานคนหนึ่งก็ทำให้เด็ก ป.2 อย่างผมต้องเข้าไปถามว่าเธอเป็นอะไร แล้วก็ช่วยเธอหารองเท้าจนเจอในที่สุด

เพื่อนของเธอแกล้งหยิบจากชั้นที่เธอวาง ไปวางไว้ชั้นข้าง ๆ แต่เธอมองไม่เห็น - -"
 
            ผมไม่ทันที่จะได้ถามชื่อเธอ  แค่รู้ว่าเธอมาจากกรุงเทพ เพราะเธอบอกไว้ว่าถ้าผมไปกรุงเทพเมื่อไหร่เธอจะพาผมไปเดินเขาดินเป็นการตอบแทน แล้วผมจะติดต่อเธอยังไงล่ะ ตอนนั้นผมสับสนเล็กน้อย เด็กชายตัวน้อย ๆ หลงรักเด็กหญิงชาวกรุง เป็นรักครั้งแรก แค่รู้จักกันไม่กี่นาทีน่ะหรือ  แก่แดดนะเรา  หรือผมจะแอบรักเธอ เพราะเธอชวนผมไปเขาดิน  เธอพูดไม่คิดเลยนะ ผมจะติดต่อเธอได้ยังไง หรือที่แหวนของเธอให้มาจะมีปุ่ม ที่กดแล้วเธอจะโผล่ออกมา

           แล้วผมก็ดันคิดว่าแหวนที่เธอให้มาเป็นแหวนแท้ซะด้วย ตอนนั้นคิดอยู่อย่างเดียว คนกรุงเทพนี่เขารวยกันจริง ๆ แค่ช่วยหารองเท้าก็ให้แหวนทองกันเลยหรือ จนกระทั่งป้านวลซื้อขนมโก๋มาฝาก แล้วเห็นว่ามันมีแหวนทองวงเล็ก ๆ อยู่ในนั้นน่ะแหละ ถึงได้รู้ว่าที่เธอให้มา มันเป็นแหวนของแถมขนมโก๋ !!!!

            แต่ถึงกระนั้น ผมก็สวมแหวนทองวงนี้ทุกวันจนเพื่อนล้อว่าเป็นตุ๊ด สุดท้ายมันก็เล็กเกินกว่าจะสวมเข้านิ้วมือที่โตขึ้นทุกวันของผมได้  ก็เลยเอามาเก็บใส่ซองเล็ก ๆ แล้วพกไว้ในกระเป๋าสตางค์ ด้วยความหวังที่ว่าถ้าได้ไปเขาดิน ผมจะถามหาเด็กหญิงเจ้าของแหวนวงนี้ให้ได้

"จะบ้าเหรอ สวนสัตว์เชียงใหม่บ้านเราก็มี จะไปดูอะไรอีกที่เขาดิน"

ทุกครั้งที่ขออนุญาตจากป้านวล ป้าก็จะแนะนำให้ผมไปสวนสัตว์เชียงใหม่อยู่นั่นแหละ บางทีก็นึกโกรธคนที่นำหมีแพนด้าเข้ามา ว่าทำไมไม่เอาไปไว้ที่เขาดิน ผมจะได้มีข้ออ้างกับป้า ว่าเชียงใหม่ไม่มีแพนด้าเหมือนเขาดิน

"ด.ญ. นริสา นามสกุลยาว ๆ เรียนที่กรุงเทพ ไว้เปียสองข้าง และน่าจะชอบกินขนมโก๋" คือข้อมูลที่ผมมีเกี่ยวกับเธอ ชื่อของเธอที่ผมดูจากเสื้อนักเรียนที่เธอใส่ แต่ด้วยความสามารถทางภาษาของเด็กป.2 ทำให้ผมอ่านนามสกุลยาว ๆ ของเธอไม่ออกสักที

              

                  "ใหญ่...ไม่เป็นเล่นสงกรานต์เหรอลูก" ป้านวลเดินมาจากหลังร้านเข้ามาตบหลังผมที่กำลังเหม่อ แหวนของผมหลุดมือหล่นลงพื้นแล้วก็ไม่ทันดูว่ากลิ้งไปทางไหน     

"เฮ้ยยย ! ป้าาาา"  แหวนแห่งความทรงจำของผมกลิ้งไปทางไหนแล้วเนี่ย

"เป็นอะไร ขวัญอ่อนจริง ๆ เชียว ป้าถามว่าไม่ไปเล่นน้ำสงกรานต์เหรอ อ้าวแล้วมองหาอะไร"

"เอ่อ...ไม่มีอะไรครับป้า" 
จะให้ผมบอกว่า แหวนขนมโก๋ที่ผมเก็บมาสิบกว่าปีหล่นหายยังงั้นเหรอ ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะให้ป้านวลรู้เลยล่ะ  ก็นิสัยชอบอำของเส้นหมี่ ได้ป้านวลมาเต็ม ๆ เลย ขืนบอกไปว่ายังเก็บแหวนนี้ไว้อยู่ โดนล้อตายเลย
           
"เมื่อกี้ป้าถามว่าผมไม่ไปเล่นสงกรานต์เหรอ ใช่มั้ยครับ .... คือมันขี้เกียจน่ะครับป้า ไม่อยากเปียก หรือผมจะแก่เกินไปก็ไม่รู้ ฮาฮ่า"  พูดกับป้าไป สายตาก็สอดส่ายหาแหวนไป ยังไงซะ มันก็หล่นที่ร้านเรา ก็คงไม่ไปไหนที่ไกลกว่าร้านเราหรอกมั้ง

"เรื่องร้านน่ะ  ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ  ป้าน่ะยังไหว เดี๋ยวชมพู่กับพรกลับมา ป้าก็มีคนช่วยแล้ว ไหนจะพ่อยอดอีกคน" ป้านวลแตะแขนผมเบา ๆ เวลาที่ป้าไม่ได้ยืนขายก๋วยเตี๋ยว  ป้านวลคือนางพยาบาลที่ใจดีคนหนึ่ง

"ยังไงก็ต้องมีคนสานต่อร้านของเราน่ะครับป้า แล้วป้าก็เหนื่อยเพื่อพวกเรามามากแล้ว ผม..."

"ใหญ่ไม่ต้องคิดมากเรื่องที่ปู่สั่งไว้หรอกนะ ถ้าไม่มีคนขายก๋วยเตี๋ยวต่อจริง ๆ เราก็ปิดร้านนี้ไปเลยก็ได้ อย่าลืมสิ ว่าคุณทวดของใหญ่ ก็เคยขายร้านซ่อมนาฬิกาที่กรุงเทพ มาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวที่เชียงใหม่เลย ทุกสิ่งในโลกไม่มีอะไรยั่งยืนหรอกจ๊ะ"     ป้านวลมองไปที่รูปขาวดำของปู่และทวด ในภาพจะเห็นว่าตอนนั้นร้านของทวดยังเป็นรถเข็นเล็ก ๆ  มีโต๊ะและเก้าอี้เพียง 1 ชุดเท่านั้น ปู่สมัยยังเป็นหนุ่ม ยืนยิ้มกว้างถือชามก๋วยเตี๋ยวในมือ

            ผมรู้ว่าป้านวลคงไม่อยากให้ร้านปิดลง เพราะนี่คือความภูมิใจของตระกูลเรา จากรถเข็นเล็ก ๆ มาเป็นร้านขนาด 1 คูหา ร้านเล็ก ๆ ที่แม้แต่ผู้ว่าฯ ยังต้องมานั่งกิน ไม่อย่างนั้น ป้านวลคงไม่ลาออกจากงาน มาสานต่อให้ร้านยังคงอยู่แบบนี้หรอก

             
 
              "ขอโทษนะคะ ร้านปิดแล้วเหรอคะ" เสียงใส  ๆ มาพร้อมกับหน้าสวย ๆ กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในร้าน  น่าแปลกที่ตัวเธอแทบจะไม่เปียกน้ำเลย
 
"ปิดแล้วจ้าหนู ของป้าหมดแล้ว"  ป้านวลตอบไป

"อ๋อ...ค่ะ" เธอทำหน้าผิดหวังนิด ๆ แต่ก็น่าจะรู้ว่าเก็บร้านขนาดนี้แล้วก็คงเหลือแค่ปิดประตูร้านเท่านั้นแหละ

"ว้าย !"  ผู้หญิงคนนั้นวิ่งกลับเข้ามาในร้าน  "อุ๊ย...ขอโทษค่ะ หนูกลัวเปียกน้ำน่ะค่ะ"

"ฮาโหล ค่ะแม่ .......ยังเลยค่ะแม่  ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยงแล้วค่ะ ก็ร้านแถวนี้ปิดกันหมดเลยอ่ะค่ะ...ค่ะ....เซเว่น.... โห ไกลอ่ะค่ะ มันต้องฝ่าน้ำไปอ่ะ ฝ้ายไม่อยากเปียกอ่ะค่ะ ข้างร้านฝ้ายมีร้านก๋วยเตี๋ยวค่ะ ค่ะ แต่เขาปิดแล้ว เดี๋ยวฝ้ายค่อยกลับไปกินมาม่าก็ได้ เป็นสิคะแม่  แค่เติมน้ำร้อนเอง  ค่าาา   รอให้คนเลิกเล่นน้ำกันก่อน ค่าาา ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะแม่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ยัยแพรก็จะบินมาช่วยแล้ว ค่าาาา พี่ก้องกลับไปแล้วค่ะแม่ ค่าา เดี๋ยวคืนนี้ฝ้ายโทรหานะคะ ค่า จุ๊บ ๆ ค่า"
 
"นี่หนู...ที่มาเปิดร้านไอติมข้าง ๆ ใช่มั้ย" ป้านวลเอ่ยปากถาม อ๋อ เธอเป็นเจ้าของร้านไอศกรีมที่เพิ่งจะมาตกแต่งร้านวันนี้นี่เอง  เอาของมากองขวางหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเราตั้งนานกว่าจะมาย้ายเข้าร้านตัวเอง

"ถ้าไม่รังเกียจ ก็มากินข้าวกับป้าก็ได้ลูก  นั่นหลานสาวป้ากลับมาพอดี เส้นเล็กไปยกกับข้าวมากินกันเร็ว"  ป้ายังจะมีน้ำใจไปชวนเขาอีก
 
"อุ๊ย...ไม่เป็นไรค่ะ" เธอรีบปฏิเสธ


"เฮ้ย !!  หมู่เฮา  นั่นไง สาวสวยเมื่อกี๊  ขอปะแป้งหน่อยนะคร้าบบบบบ"

วัยรุ่นผู้ชายสามคน ท่าทางจะเมาไม่น้อย เดินเข้ามา พร้อมถังน้ำและขันแป้ง ไม่ทันที่หญิงสาวเจ้าของร้านไอศกรีมจะทันตั้งตัว ทั้งสามช่วยกันสาดน้ำและปะแป้งเต็มใบหน้า  ทั้งน้ำทั้งแป้งกระจายเต็มพื้นร้า้น

"เฮ้ยยยย !!!!" ผมอุทานเสียงหลง ก็พื้นเพิ่งจะถูไปเมื่อกี๊นี้เอง ตอนนี้มันเละกว่าเดิมซะอีก

"ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไอ้พวกไม่รู้กาลเทศะ นี่มันร้านก๋วยเตี๋ยวนะโว้ย ดูซิ เละเทะหมดแล้ว !!!!"  ป้านวลยกไม้กวาดทำท่าเหมือนจะไล่ฟาด วัยรุ่นที่เข้ามาคงจะรู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปหน่อย รีบยกมือไหว้ป้านวลแล้ววิ่งออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวเจ้าของร้านไอศกรีม ที่น่าจะชื่อว่าฝ้าย ยืนนิ่ง ตัวสั่นด้วยความตกใจ ตัวเปียกเพราะโดนน้ำไปทั้งถัง  เรือนผมกับหน้าเป็นสีขาวเพราะแป้งหมดทั้งขันคว่ำลงบนหัว

"อะไรกันเนี่ย.... เธอพาเจ้าพวกนั้นเข้ามาเล่นน้ำในร้านฉันเหรอ"  ผมโมโหขึ้นมาทันทีที่เห็นความเละเทะของพื้นร้าน มันไม่ได้เละแค่พื้น แต่แป้งยังกระเด็นไปโดนชามที่ล้างแล้ว และโต๊ะอีกหลายตัวที่ผมกับเส้นหมี่ช่วยกันเช็ดจนเรียบร้อยไปแล้ว
 
"นี่ฉันต้องมาถูร้านใหม่อีกเหรอเนี่ย" ผมดุเธอ ก็ถ้าเธอไม่เข้ามาในร้าน ไอ้พวกบ้ากาม เห็นคนสวยไม่ได้ก็คงไม่ตามเข้ามา เพราะฉะนั้น เธอนั่นแหละต้นเหตุ !!
 
"จะบ้าเหรอ ! พวกนั้นตามฉันมาเอ...ง  น.... "  พูดยังไม่ทันจะจบเธอก็เป็นลมล้มลงกับพื้น
 
"อ้าวเห้ย ! งานเข้าแล้วววว" เห็นแบบนี้ผมถึงกับเหวอ  สาวเจ้าของร้านไอศครีมล้มพับลงกับพื้น

"เล็กกับใหญ่ช่วยกันอุ้มน้องมานอนทางนี้ เดี๋ยวป้าจะไปหายาดมบนบ้าน" ป้านวลว่าแล้วก็รีบเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนของร้าน 
 
 
"อะไรกันเนี่ย!"  ผมบ่นเซ็ง ๆ คงจะหงุดหงิดยายคนสวยนี่ตั้งแต่เช้า แหวนที่เก็บมาสิบกว่าปีหล่นหาย  แล้วไหนยังจะต้องมาทำความสะอาดร้านอีก


ยังไงแหวนก็คงหล่นอยู่ในร้าน หาเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วผู้หญิงคนนี้นี่มันอะไรยังไงเนี่ย
อยู่ดี ๆ ก็มาเป็นลมในร้านเรา.....คืนนี้จะได้นอนมั้ยเนี่ย....

 

edit @ 15 Apr 2012 02:28:51 by Now Open