ตอนที่ 2 เสียงกรี๊ดจากชั้นสาม
เสียงพัดลมบนเพดาน ดังคลอเบา ๆ กับเสียงดูดเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากและเสียงซดน้ำของยัยเจ้าของร้านไอศกรีมจอมยุ่ง หิวแล้วยังเรื่องมาก ไม่ยอมกินน้ำพริกอ่องกับแกงฮัีงเลที่ป้านวลซื้อมาจากตลาด เพราะกลัวว่ามันจะเผ็ด ผมพยายามบอกยังไงก็แล้ว ว่าน้ำพริกอ่องที่มันสีแดง ๆ เพราะมะเขือเทศ อาจจะมีรสเผ็ดนิดหน่อย แต่มันก็ไม่เผ็ดมาก แกงฮังเลก็ไม่เผ็ด โตขนาดนี้ก็น่าจะกินได้แล้วมั้ง
"ก็ฉันกินเผ็ดไม่ได้นี่นา กินแล้วมันจะปวดท้อง" เธอตอบผม เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว
"แต่มันไม่เผ็ดเลยนะ มันมีพริกแต่มันไม่เผ็ด เชื่อสิ ชิมดู" ผมพยายามอธิบาย
"ขึ้นชื่อว่าน้ำพริก กับแกง มันก็มีพริกทั้งนั้นแหละย่ะ" นั่นแหนะ มีเถียงอีก
"เธอยังไม่เคยกินสักครั้งแล้วจะบอกว่าเผ็ดได้ไง ลองชิมดูก่อน ตอนนี้มันไม่มีร้านไหนเปิดให้เธอไปหาอะไรกินหรอก" ผมให้เหตุผล ที่เธอควรจะลองกินดูก่อน
"เดี๋ยวฉันเดินไปเซเว่นเองก็ได้ รอเค้าเลิกเล่นน้ำกันก่อน"
เป็นน้องเป็นนุ่งพ่อจะตีซะให้เข็ด เถียงคำไม่ตกฟากจริง ๆ สุดท้ายป้านวลก็ตัดบทด้วยการยกชามก๋วยเตี๋ยวมาชามใหญ่
"พอดีว่ามีเส้นใหญ่เหลืออยู่นิดนึงในตู้เย็น ป้าทำแบบง่าย ๆ ให้ก่อน พรุ่งนี้หนูค่อยมาชิมแบบเต็มสูตรนะจ๊ะ"
"อุ๊ย...คุณป้า ลำบากแย่เลยค่ะ แค่ฝ้ายมาเป็นลมล้มพับในร้านคุณป้า จนต้องมาช่วยดูแลกัน ก็รบกวนคุณป้าจะแย่อยู่แล้วค่ะ" เธอทำหน้ารู้สึกผิดจริง ๆ นี่ถ้าผมไม่ต้องมาช่วยเส้นเล็กล้างชามอีกรอบ ก็คงจะสงสารอยู่หรอก
"ก็รู้ตัวเหมือนกันนี่หว่า" ผมบ่นเบา ๆ ขณะยกชามมาเรียงใหม่ สาวเจ้าของร้านไอศกรีมหันมาทำตาเขียวใส่
"ใหญ่ก็ ปากไม่ดีจริง ๆ" ป้านวลดุซะแล้ว เลยทำให้ผมต้องรีบเดินเข้าไปหลังร้าน
"ทานซะนะหนู ป้าอุตส่าห์ทำมาให้แล้ว ที่เป็นลมนี่ก็เพราะไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันนี่ล่ะสิ ไม่ต้องเกรงใจหรอก เดี๋ยวหนูมาอยู่เป็นเพื่อนบ้านกันก็คงจะได้พึ่งพาอาศัยกันอีกเยอะ"
"งั้นฝ้ายทานเลยนะคะ หิวจริง ๆ เลยค่ะ เกรงใจคุณป้าจัง"
แล้วเธอก็จัดไปสามชาม ซดน้ำซะไม่เหลือภาพคุณหนู ตอนวิ่งเข้าร้านมาใหม่ ๆ เลย
...........
"เห้อ...กลับบ้านไปซะที ยัยเจ้าของร้านไอติมตัวยุ่ง" ผมนั่งลง ถอดผ้ากันเปื้อนออก มองดูนาฬิกาตอนนี้เกือบสี่ทุ่มแล้ว เส้นหมี่นั่งเล่นกีต้าร์อยู่ข้าง ๆ ป้านวลกับเส้นเล็กช่วยกับนับเงินในกล่อง
"พี่ใหญ่เป็นไรมากป่ะ เล็กก็ไม่เห็นเค้าจะไปทำอะไรให้พี่เลย ว่าเค้าอยู่ได้" เส้นเล็กหยุดนับเงิน หันมาถามผมด้วยน้ำเสียงดุ ๆ นิดหน่อย เวลาเส้นเล็กดุนี่น่ากลัวกว่าป้านวลอีก
"ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ค่อยถูกชะตายังไงไม่รู้" ผมตอบตามความรู้สึก
"แต่ถ้าจะบอกว่าไม่ได้ทำอะไรให้ก็ไม่ใช่นะ คิดดูสิ วันนี้เราอุตส่าห์ขายของหมดเร็ว แทนที่จะได้มีเวลาพัก พอยัยนั่นเข้ามา เป็นไงล่ะ ร้านเละเทะหมดจนป่านนี้ยังไม่เสร็จเลย"
"ที่ทำร้านเละน่ะ เจ้าวัยรุ่นสามตัวนั่นไม่ใช่เหรอ" ป้านวลแย้ง นี่ทั้งคู่หยุดนับเงินเพื่อมาเถียงกับผม แทนคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ชั่วโมงงั้นเหรอ น้องนะน้อง ป้านะป้า
"ยังไงก็ถือว่ายัยนั่นเป็นตัวซวยอยู่ดีแหละครับ" ผมแถไปเรื่อย
"ว่าแต่...ป้าบอกว่าพรุ่งนี้จะให้เขามาชิมก๋วยเตี๋ยวร้านเรา แต่พรุ่งนี้เราจะไปทำบุญกันนี่ครับป้า"
"เอ้อ! ป้าก็ลืมไป ถ้าเขาตั้งใจจะมารอชิมนี่ป้ารู้สึกผิดเลยนะ" ป้านวลเพิ่งนึกขึ้นได้ หลังจากที่ผมทักไป
"ไม่เป็นไรหรอกครับป้านวล ให้รอบ้างก็ดี เมื่อวานยังให้เรารอเค้าเก็บของออกจากหน้าร้านเราเลย หึหึ"
"ใหญ่นี่ เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นกันตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะเรา" โอยยย ป้านวลดุผมอีกแล้ววววว
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!"
"เฮ้ย !!" เสียงดังมาจากร้านข้าง ๆ เป็นเสียงยัยเจ้าของร้านไอศกรีมนี่นา ผมรีบวิ่งพรวดออกจากร้าน ดันประตูกระจกยังไงก็เปิดไม่ได้ เสียงยัยนั่นจากชั้นบนแน่ ๆ เส้นเล็ก และเส้นหมี่ วิ่งตามมา มีป้านวลกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากร้านก๋วยเตี๋ยว
"โธ่โว้ย ! เปิดไม่ได้เลย" ผมสบถออกไปด้วยความโมโห ต้องเกิดอะไรขึ้นกับยัยนั่นแน่ ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ชอบขี้หน้า แต่ความเป็นพลเมืองดีของผมก็ยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม
เส้นเล็กเอื้อมมือมาบิดกุญแจที่เสียบคาประตูอยู่ จนผมเซตามประตูเข้าไปข้างในเพราะไม่ทันตั้งตัว
"สงสัย พี่เค้าคงไขกุญแจแ้ล้วลืมเอาลูกกุญแจออกน่ะค่ะ" ยัยบ้าเอ้ยยย อะไรมันจะซุ่มซ่ามได้ขนาดนี้ นี่ถ้าเกิดเป็นคนร้ายเข้ามาในร้านจะทำยังไง หรือว่า....
ผมรีบวิ่งขึ้นบันไดตึกแถวขึ้นไปชั้น 2 มีกล่องและกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่หลายใบวางเรียงอยู่ข้างผนัง ข้าวของถูกจัดเข้าที่ไปบ้างแล้ว แต่บางชั้นก็ยังไม่ได้แกะออกจากห่อ ผมเปิดประตูดูทีละห้องไม่มีคนอยู่เลย แล้วก็วิ่งขึ้นไปดูที่ชั้น 3 มีเสียงป้านวลตะโกนมาจากด้าานล่างว่าให้ระวังตัวดี ๆ
"เหลือแค่ห้องนี้ แหละวะ" ผมเปิดประตูดูทุกห้องแล้วไม่เจอเธอ เธอน่าจะอยู่ในห้องนี้ ผมกำลูกบิดประตูแน่น เหงื่อไหลมาอาบข้าง ๆ แก้ม ไม่รู้ว่าวิ่งขึ้นมาจนเหนื่อยหรือลุ้นว่าจะเจออะไร
ประตูห้องนี้ไม่ได้ล็อกเหมือนห้องอื่น ๆ ผมเปิดพรวดเข้าไป......
โอ้วว.....แม่.....เจ้า !!
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!" เสียงกรี๊ดดังหนักกว่าเก่า
"ไอ้โรคจิต ไอ้บ้ากาม ไอ้คนลามก ไอ้บ้ามาเปิดประตูห้องน้ำฉันทำไม"
"เห้ย ! เอ่อ.. เห้ย! " ผมอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมาแก้ผ้าล่อนจ้อนชัดเจนต่อหน้าต่อตา ชัดเจนเต็มตาโซนี่เวก้า พานาโซนิค ซัมซุงสามมิติ อะไรขนาดนี้มาก่อน
"ปิด ๆ ๆ ประตู" ยัยเจ้าของร้านไอศกรีมรีบสั่งให้ผมปิดประตู ผมรีบดึงประตูปิดกระแทกทันที อย่างตกอกตกใจ
"กรี๊ดดดดดดดดดดด" เห้ย...ก็ปิดให้แล้วจะยังกรี๊ดอะไรอีก สาบานได้ ว่าในใจผมน่ะไม่ได้ฉวยโอกาสจะดูซ้ำ แต่ตกใจที่เธอกรี๊ดอีกรอบก็เลยต้อง....
"ไอ้บ้า ไอ้ลามก ไอ้คนผีทะเล เปิดประตูมาอีกทำไม" นั่นไง ผมโดนอีกเป็นชุด
ผมดึงประตูปิดอีกครั้ง
"ก็เธอกรี๊ดอีกทำไมล่ะ ฉันก็นึกว่ามีอะไร คนอุตส่าห์จะมาช่วย ด่าเอา ๆ" ผมตะโกนเข้าไป
"ช่วยบ้าอะไร ตุ๊กแกเกาะอยู่ที่ประตู นายเปิดประตูแรง ๆ ฉันกลัวตุ๊กแกจะหลุดกระเด็นมาหาฉัน แล้วตอนปิดนายก็ยังปิดแรง ตุ๊กแกมันก็ไต่ไปไต่มาที่ประตูอีกอ่ะ" เธอตะโกนตอบกลับมา
"เฮ้ยยย! ตุ๊กแกเหรอ" ผมกระโดดออกจากประตูที่ตัวเองพิงอยู่ ถึงแม้จะรู้ว่าตุ๊กแกมันจะทะลุออกมาจากประตูไม่ได้ แต่ผมน่ะ เป็นโรคกลัวตุ๊กแกขึ้นสมองเหมือนกัน !
"เจอพี่คนสวยแล้วเหรอพี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นเหรอ ตะโกนกันโวยวายเลย" เส้นหมี่คว้าไม้มาจากไหนไม่รู้วิ่งตามขึ้นมา โถ่ไอ้น้องบ้า ถ้าบนนี้มีคนร้ายอยู่ ฉันคงตายไปแล้วแหละ กว่าแกจะขึ้นมาเนี่ย
"ตุ๊กแก ไอ้หมี่ ตุ๊กแก" ผมรู้สึกว่าปากตัวเองสั่น ไม่แน่ใจว่าเพราะตุ๊กแก สัตว์สยองที่หลอกหลอนผมมาอยู่เรื่อย ๆ หรือภาพสาวเปลือยในห้องน้ำกันแน่
"นี่นายหน้าดุ โยนผ้าเช็ดตัวมาให้ฉันหน่อยได้มั้ย ฉันทนอยู่ในห้องนี้กับตุ๊กแกตัวเท่าจระเข้ต่อไปแบบนี้ไม่ไหวแล้วนะ" เสียงยัยชีเปลือย เอ้ย ยัยเจ้าของร้านไอศกรีมตะโกนออกมาอีกครั้ง
"ข้างนอกนี่มันไม่มีผ้าขนหนู มันอยู่ตรงไหนล่ะ" ผมตะโกนถามเข้าไป
"ผ้าขนหนูฉันอยู่ข้างใน ตรงประตู แต่ตุ๊กแกมันเกาะอยู่ ฉันไม่กล้าหยิบ อร๊ายยยย !"
"เส้นหมี่ไปบอกเส้นเล็กว่าขอยืมผ้าขนหนู เอามาให้ยัยนี่หน่อย เร็ว ๆ เลยนะ" ผมสั่งเส้นหมี่จัดการ เส้นหมี่รับคำวิ่งลงบันไดลงไป สักพักเส้นหมี่ก็วิ่งขึ้นมาพร้อมกับเส้นเล็กที่ทำหน้างง ๆ
"เปิดเบา ๆ นะเล็ก เดี๋ยวตะ..อุ๊ก ..." ผมลืมไป ว่าบ้านเราก็กลัวตุ๊กแกกันทั้งบ้าน
"เดี๋ยวยัยนั่นจะอาย เค้าโป๊อยู่" ผมเฉไป ขึ้นบอกตรง ๆ คงไม่มีใครกล้าเปิดประตูแน่ ๆ
"อ๋อ...ค่ะ" เส้นเล็กยิ้มรับคำแล้วก็ค่อย ๆ แง้มประตูยื่นแขนส่งผ้าเช็ดตัวเข้าไป
"เอ่อ...พี่ไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้ประตูน่ะค่ะ เข้ามาเลยได้มั้ยคะ" เสียงสั่น ๆ ของยัยนั่นตะโกนออกมาจากห้องน้ำ
"อ่อ...ด่ะ ได้ค่ะ" เส้นเล็กคงยังไม่รู้ชะตากรรมเดินไปในห้องน้ำแล้วก็ดันประตูให้ปิด
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด" น่านนนไง เส้นเล็กคงเห็นตุ๊กแกในห้องน้ำแล้ว
"แล้วเราจะออกกันยังไงล่ะทีนี้"
"พี่ใหญ่ ช่วยพวกเราด้วยยยย !!"
งานเข้าอีกแล้ว เส้นหมี่วิ่งลงไปข้างล่างแล้ว เจ้านี่กลัวตุ๊กแกที่วุดในบ้านเรียกว่าขึ้นสมองเลย ผมจำเป็นต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการเปิดประตูให้สองสาวข้างในหรือนี่
"เอาก็เอา" ผมพยายามข่มใจ คิดว่ายังไงเดี๋ยวเราเปิดไป ก็จะไม่เห็นตุ๊กแกที่ซ่อนอยู่หลังประตูแน่นอน
พอเปิดประตูปุ๊บเท่านั้นแหละ สองสามรีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำผลักผมลงไปกองกับประตู แต่สิ่งที่ผมเห็นนั้นแทบช็อค ตุ๊กแกที่เคยเกาะอยู่หลังประตู ตอนนี้ไม่รู้มันมาเกาะขากางเกงยีนของผมได้ยังง้ายยยยย !!!
ด้วยความตกใจ คิดอะไรไม่ทัน และไม่รู้จะทำยังไง ผมเลยตัดสินใจถอดกางเกงยีนออกเพราะไม่มีทางเอามือไปจับเจ้าสัตว์น่าเกลียดน่ากลัวตัวนี้แน่ ๆ
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด คนลามก คนผีทะเล ไอ้โรคจิต" เส้นเล็กวิ่งลงไปแล้วแต่ยัยเจ้าของร้า้นไอศกรีมกลับหลังหันมามอง พอกางเกงยีนพ้นจากตัว ผมรีบใช้ผ้าขนหนูที่แขวนอยู่ในห้องน้ำพันรอบเอวไว้
"จะกรี๊ดอะไรกันนักหนาเนี่ย เดี๋ยวชาวบ้านเขาก็แตกตื่นกันหมดหรอก"
"ก็มันกลัว และก็ตกใจนี่"
"ฉันว่าเธอไปแต่งตัวก่อนดีมั้ย" ผมพูด พยายามมองไม่ทางอื่น ถึงแม้ว่ายัยเจ้าของร้านไอศครีมจะมีผ้าขนหนูพันร่างน้อย ๆ ไว้แล้ว แต่ก็คงจะเสียมารยาท ถ้าผมจขะมองไปที่เธอตอนนี้
"ฉันไม่กล้านอนคนเดียวแล้วคืนนี้ กลัวผีก็กลัว ยังจะต้องมากลัวตุ๊กแกเพิ่มเข้าไปอีก" เธอตอบกลับมา
"งั้นอาจจะต้องให้เส้นเล็กมานอนเป็นเพื่อนเธอคืนนี้แล้วล่ะ"
ป้านวลเดินเกาะราวบันไดขึ้นมาจนถึงชั้นสาม มีเส้นเล็กเดินเกาะแขนอยู่ข้างหลัง ท่าทางแบบนี้จะนอนเป็นเพื่อน หรือจะกลัวเป็นเพื่อนกันแน่
"เดี๋ยวให้เส้นเล็กมานอนเป็นเพื่อนนี่แหละ หนูอยู่คนเดียว เพิ่งมาใหม่ด้วยเผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้" ป้านวลบอกให้เล็กไปเก็บของมานอนในคืนนี้ ยัยเจ้าของร้านไอศครีมรีบเข้าไปแต่งตัวออกมาในชุดนอนสีชมพู
"นี่...แล้วใครสั่งใครสอนให้เสียบกุญแกคาประตูไว้เนี่ย มันอันตรายรู้มั้ย" ผมเริ่มบ่นทันที
"ห้องหับอะไรก็ไม่ยอมล็อกให้เรียบร้อย ดูสิ ฉันเข้ามาถึงนี้ เปิดจนครบทุกห้องเลย"
"รู้แล้วย่ะ วันหลังฉันจะระวังให้มากกว่านี้" เธอก้มหน้าไม่กล้าสบตาผม พอหายตกใจ คงจะนึกอายที่ผมเห็นเธอแก้ผ้าจนหมดทั้งตัว
"อ้อ หนู ป้าลืมบอกไปว่าพรุ่งนี้ป้าไม่ได้เปิดร้าน" ป้านวลรีบบอกให้ยัยเจ้าของรา้นไอศครีมรู้ ก็น่าจะเผลอลืมอยู่หรอก ก็ปีนึงป้าปิดร้านแค่วันที่ 15 เมษายน เท่านั้นนี่นา ส่วนวันที่ไปวันอื่น ๆ ก็จะกลับมาเปิดร้านสาย ๆ ยังไงก็ขอให้ได้เปิด
"เหรอคะคุณป้า"
"ถ้าพรุ่งนี้เช้าหนูว่าง จะไปวัดพร้อมป้าก็ได้นะ ไปทำบุญกัน ไหน ๆ ก็จะเปิดร้านแล้ว จะได้ค้าขายดี ๆ"
"พรุ่งนี้จะมีของมาส่งตอน 10 โมงเช้าน่ะค่ะ" เธอทำหน้าเสียดายเล้กน้อย
"โอ้ย...ไปตอนเช้าแล้วค่อยกลับมาก็ยังทัน" ป้านวลเหมือนจะถูกชะตากับยัยเจ้าของร้านนี่ โน้มน้าวซะใหญ่เชียวนะป้า
"จริงเหรอคะ งั้นดีเลยค่ะ พรุ่งนี้ฝ้ายขอไปด้วยละกันนะคะ" แววตาของเธอบ่งบอกถึงความดีใจ ดู ๆ ไป ยัยเจ้าของร้านไอศครีมที่ชื่อฝ้ายนี่ก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย
"อ้อ...หนูชื่อฝ้ายใช่มั้ย ป้ายังไม่ได้ถามชื่อหนู แต่ได้ยินหนูเรียกตัวเองอย่างนั้น"
"ใช่แล้วค่ะ หนูชื่อฝ้ายค่ะ ฝ้ายนี่เสียมารยาทจังเลยนะคะ ลืมแนะนำตัวเองเลยน่ะค่ะ แล้ว..."
"ป้าชื่อป้านวลนะ ป้าเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวนี่เองล่ะจ้า ส่วนนี่เส้นใหญ่ เป็นหลานชายคนโต แล้วน้องผู้หญิงที่จะให้มานอนกับหนูคืนนี้ชื่อเส้นเล็ก ส่วนเจ้าตัวเล้กอีกคนชื่อเส้นหมี่จ๊ะ" ป้านวลยิ้มอารมณ์ดีทุกครั้งที่ได้แนะนำชื่อเล่นหลานตัวเองซะเต็มยศ เพราะนั่นสื่อถึงความภูมิใจที่ได้ชื่อว่าเป็นตระกูลก๋วยเตี๋ยวของครอบครัวเรา ป้านวลก็มาจากชื่อ หอมนวล ตามรสชาติและลักษณะของเส้นก๋วยเตี๋ยวที่หอมนุ่ม แต่รสชาติจัดจ้าน ส่วนพ่อผมเองก็ชื่อ เข้มข้น มาจากน้ำซุปที่รสชาติเข้มข้นนั่นเอง
ดีนะ ถ้าเกิดปู่มาตั้งชื่อพ่อกับป้าในยุคนี้ อาจมีใครสักคนได้ชื่อว่า "อูมามิ" ไปแล้วก็ได้ - -"
"เข้าใจตั้งชื่อกันจริง ๆ นะคะ ฮิ ๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ...ป้านวล" เธอหันมามองหน้าผมตรงคำว่าคุณป้า จะหมายความว่ายินดีที่ได้รู้จัก เฉพาะป้านวลว่างั้นเหอะ ร้ายเหมือนกันนะเนี่ยเรา
"นั่นไง ยัยเล็กมาแล้ว เอาเป็นว่าพรุ่งนี้หนูก็ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวพร้อมกับเส้นเล็กละกันนะ ถ้ากลัวตุ๊กแกก็ไปอาบบ้านป้าได้ ดึกแล้วรีบเข้านอนกัน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า" ป้านวลพูดเสร็จหันมามองหน้าผม เป็นเชิงว่าให้กลับบ้านได้แล้ว ผมเดินจับผ้าเช็ดตัวที่พันรอบเอวไว้แน่น
"ขอบพระคุณมากนะคะคุณป้า คุณป้าใจดีกับหนูมากจริง ๆ เลยค่ะ" เธอกล่าวขอบคุณป้านวลอย่างนอบน้อม เป็นการพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้เลยว่าขอบคุณมาจากใจ
"ไม่เป็นไรจ้า ป้าบอกแล้ว อีกหน่อยหนูมาอยู่กับป้า ก็ค่อยช่วยเหลือพึ่งพากันไป เส้นเล็กดูแลพี่เค้าดี ๆ ล่ะ ฝันดีกันนะจ๊ะ" ป้าเล็กเดินลงบันไดไปช้า ๆ มีผมเดินกุมเป้าตามลงไป ได้ยินเสียงแว่วมาจากข้างบน
"ลำบากหน่อยนะคะน้องเส้นเล็ก พี่ยังไม่ได้จัดของให้เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่เลย วันนี้ยุ่งอยู่แต่ด้านล่างที่เป็นร้าน" เสียงของฝ้ายดังมาจากด้านบน
"ไม่เป็นไรค่ะพี่ฝ้าย เล้กกลัวแค่ตุ๊กแกแค่นั้นแหละค่ะ คืนนี้เรานอนที่ชั้นสองก่อนละกันนะคะ หวังว่ามันจะมีแค่ตัวเดียวในห้องน้ำนะคะ" เส้นเล็กเป็นผู้หญิงที่ดูเรียบร้อย แต่ก็ลุย ๆ ตามลักษณะของสาวที่จะเป็นครูในอนาคตได้
ผมเดินลงมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านไอศครีม "IzyCream" มองไปยังห้องที่เปิดไฟอยู่
ฝ้ายเหรอ.... ชื่อโหลไปนิดแต่ก็เพราะดีนะ
นี่ผมเผลอเรียกยัยเจ้าของร้านไอศครีมว่าฝ้ายในใจแล้วเหรอเนี่ย....
edit @ 15 Apr 2012 20:42:59 by Now Open
edit @ 15 Apr 2012 20:44:09 by Now Open